รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับ GA4 หรือ Google Analytics เวอร์ชั่น 4 ฉบับผู้เร่ิมต้น

เปรียบเทียบ GA4 แตกต่างอย่างไรกับ GA เวอร์ชั่นปัจจุบัน

วันก่อนผมได้ทดลองเปิดห้องใน ClubHouse เป็นครั้งแรก ชื่อห้อง “เล่าหมดแก้ว: Google Analytics เวอร์ชั่น 4” โดยเชิญคุณต่อ จากบริษัท Predictive และคุณบอลจาก MartechThai มาร่วมพูดคุยกันในหัวข้อ GA4 สำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งเป็นหัวข้อที่หลายท่านทั้งมือใหม่และมือเก่าให้ความสนใจกันค่อนข้างมาก โดยรวมแล้ว Google Analytics เวอร์ชั่น 4 เป็นเวอร์ชั่นที่เรียกได้ว่าเป็นเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของ Google Analytics รวมไปถึงได้กลายเป็นค่าตั้งต้นของการสร้างบัญชี Google Analytics ไปแล้ว ด้วยความที่เนื้อหาที่พูดคุยกันนั้นเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้งาน GA4  ผมจึงตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะเขียนสรุปออกมาเป็นบทความให้คนที่ไม่สามารถเข้าร่วมฟังได้อ่านกัน เนื่องจากมีหลายท่านคอมเม้นท์ไว้ในโพสต์ว่า อยากเข้าร่วมฟังแต่ยังไม่มีบัญชี ClubHouse บทความนี้จึงนำเอาเนื้อหาที่พูดคุยกัน 1 ชั่วโมงเต็มมาสรุปสาระสำคัญออกมาเป็นข้อๆ ให้ได้อ่านกัน ซึ่งน่าจะมีประโยชน์กับอีกหลายๆ คนที่กำลังเริ่มต้นศึกษาใช้งาน GA4 กัน

ที่มาที่ไปของ GA4

  • GA4 มีชื่อเดิมว่า App and Web Property ซึ่งมีการเปิดใช้งานมาก่อนหน้านี้แล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี แต่ก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น GA4 หรือ Google Analytics เวอร์ชั่น 4 เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา
  • App and Web Property นั้นถูกออกแบบมาเพื่อการแทรคข้อมูลเพื่อให้เห็น Single View User และเห็น Customer Journey ที่ถูกต้องมากที่สุด พูดง่ายๆ ก็คือ GA4 จะมองเห็นยูสเซอร์คนเดียวกันที่ใช้งานทั้งเว็บและแอปได้ จากเดิมที่เคยมองเห็นเป็นคนละยูสเซอร์ ซึ่งสร้างความเข้าใจที่ผิดพลาดมาโดยตลอด (ยกเว้นมีการใช้งานฟีเจอร์ User ID)
  • เรื่องหนึ่งที่สร้างความสับสนในช่วงแรกของ App and Web Property ก็คือ คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าจะต้องมีแอปด้วยถึงจะใช้ Property นี้ได้ ดังนั้นคนที่มีแต่เว็บไซต์ก็ไม่ค่อยจะเปิดใช้งานกัน ทั้งที่จริงๆ แล้วมีแต่เว็บไซต์ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน
  • ทาง Google ตั้งใจว่า App and Web Property นั้นจะต้องใช้เป็น Default ของบัญชีเปิดใหม่ทั้งหมด ดังนั้นจึงถือว่าเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่ Google ได้ทำการเปลี่ยนชื่อจาก App and Web Property เป็น GA4 ในเดือนตุลาคมที่ผ่าน ซึ่งส่วนตัวผมเชื่อว่า ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะไม่ต้องการให้ยูสเซอร์เกิดความสับสนด้วย
  • หลังจากนี้เป็นต้นไป ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Google Analytics ก็จะอัพเดทกันที่ GA4 เท่านั้นแล้ว ส่วน Universal Analytics ก็ยังสามารถใช้งานกันต่อไปได้ แต่คงจะไม่มีการอัพเดทอะไรอีก

ความแตกต่างระหว่าง GA4 และ Universal Analytics (GA เวอร์ชั่น 3)

  • ความแตกต่างสำคัญที่ชัดเจนเลยก็คือ GA4 จะเป็น Event  Based Analytics หมายความว่าดาต้าที่เก็บทั้งหมดจะเบสออนการเก็บข้อมูลในเชิง “พฤติกรรม” ซึ่งการจะใช้งาน GA4  ให้ได้เต็มประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องแทรค Event สำคัญให้ได้มากที่สุด เพราะการเข้าใจพฤติกรรมจะทำให้เราสามารถมีดาต้าที่นำมาวิเคราะห์ต่อได้ละเอียดมากขึ้น และสามารถนำข้อมูลไปเข้าโมเดลเพื่อทำนายพฤติกรรมหรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ ส่วน Universal Analytics นั้น รูปแบบการเก็บข้อมูลจะเป็นลักษณะ Session Based Analytics และเน้นการเก็บข้อมูล Pageview เป็นพื้นฐาน
  • อย่างไรก็ตามคำแนะนำสำหรับคนที่ยังใช้ Universal Analytics อยู่ก็คือ ควรจะต้องทำการแทรค Event ต่างๆ ที่สำคัญให้มากที่สุดด้วย การเห็นแต่ข้อมูลเชิงพฤติกรรมในรูปแบบของ Pageview คือดูหน้าไหนนั้น ยังไม่เพียงพอต่อการนำมาวิเคราะห์เพื่อจะทำความเข้าใจยูสเซอร์ได้ ยิ่งโดยความหมายของ Pageview เองแล้วค่อนข้างจะสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอยู่ไม่น้อย เนื่องจาก Pageview นั้นจะนับตั้งแต่หน้านั้นโหลด ส่วนยูสเซอร์จะอ่านจริงๆ หรือไม่นั้นเราจะไม่มีทางรู้เลย
  • Bounce Rate ยกเลิกการใช้งานและไม่มีใน GA4 แล้ว เรื่องนี้ผมเคยเขียนไว้ในบทความ GA4 เลิกใช้ Bounce Rate แล้ว แล้วจะใช้อะไรแทนกันดี
  • Enhanced Measurement หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ Automated Event Tracking ซึ่งเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ GA4 ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยที่เมื่อเราเปิดใช้งาน Enhanced Measurement ด้วยการเลือก Toggle ง่ายๆ GA4 จะทำการเก็บ Event พื้นฐานสำคัญให้เราทั้งหมด 6 Events ได้แก่ Pageview การ Scrolling การดาวน์โหลดไฟล์ การคลิ้ก Outbound Link การ Engage กับ Youtube Video และ Site Search ซึ่งส่วนใหญ่ของ Event ที่กล่าวมานี้ ถ้าเราใช้ Universal Analytics เราจะต้องเขียน Event Tracking นี้ขึ้นมาเองทั้งหมด ถือว่า GA4 ช่วยทำให้เรื่องการ Track Event พื้นฐานเหล่านี้กลายเป็นเรื่องง่ายไปเลย
  • Ecommerce Report ใน GA4 กำลังอยู่ในช่วงที่พัฒนา ซึ่งหากใครได้ใช้งาน GA4 ไปบ้างแล้วจะทราบว่า ใน GA4 นั้นยังมีรีพอร์ที่เกี่ยวกับ E-commerce อยู่ค่อนข้างน้อย ซึ่งอย่างที่ผมได้เคยกล่าวไว้ในบทความเกี่ยวกับ GA4 ทั้งหมดก่อนหน้านี้ว่า GA4 นั้นยังไม่เหมาะกับการใช้งานในเชิง Commercial Use โดยตรง แต่เป็นเรื่องที่เราควรจะต้องเริ่มศึกษาใช้งานควบคู่กันไปก่อน
  • Report Preset ต่างๆ มีค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับ Universal Analytics หลายคนที่ใช้งาน GA4 แรกๆ อาจจะงงๆ หน่อยว่ารีพอร์ทหายไปไหนหมด แต่เอาจริงๆ แล้วผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่เคยดูรีพอร์ทใน GA ครบทุกรีพอร์ทอยู่แล้ว GA4 จึงออกแบบมาให้มีรีพอร์ทแบบ Preset เฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนรีพอร์ทอื่นๆ ที่มีความเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละธุรกิจก็ให้สร้างเองในลักษณะที่เป็น Custom Report แทน

เร่ิมต้นใช้ GA4 ยกเลิกของเดิมได้เลยไหม

จริงๆ เรื่องนี้ผมเองก็เขียนให้คำแนะนำมาพอสมควรแล้วในหลายๆ บทความ แต่ก็ถือโอกาสแชร์จากที่ได้พูดคุยกันใน ClubHouse ให้อีกครั้งหนึ่ง โดยสรุปแล้วก็คือ การใช้งาน Google Analytics ในตอนนี้ยังคงควรที่จะต้องทำ Dual tracking ไปก่อน หมายความว่า ให้ใช้ทั้ง GA3(Universal Analytics) และ GA4 คู่กันไป เนื่องจาก GA4 นั้นยังอยู่ในช่วงที่พัฒนาฟีเจอร์อีกหลายๆ ฟีเจอร์ที่ยังขาดไป ตัวอย่างก็เช่น E-commerce Report ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว รวมไปถึงเรื่องของการเก็บข้อมูลที่ GA4 นั้นไม่สามารถ Migrate ดาต้ามาจาก GA Universal ได้ ซึ่งนั่นทำให้การทำรีพอร์ทแบบ YOY หรือการดูข้อมูลย้อนหลังไปเป็นปีไม่สามารถที่จะทำได้ ดังนั้นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะเปลี่ยนไปใช้ GA4 แบบเต็มตัวนั้น คงจะต้องรออีกสักหนึ่งปีเป็นอย่างน้อย ระหว่างนี้ก็จะได้เป็นช่วงเวลาที่เราได้ค่อยๆ ศึกษาการใช้งาน GA4 รวมถึงเป็นช่วงที่ฟีเจอร์หลักต่างๆ ของ GA4 น่าจะทยอยพัฒนาออกมาให้ใช้งานได้อย่างครบถ้วนแล้ว

แต่ถ้าใครที่มี App ให้ยูสเซอร์ใช้งาน หรือกำลังจะสร้าง App กรณีนี้ก็เหมาะที่จะเริ่มใช้ GA4 ได้เลย เพราะจริงๆ แล้ว GA4 ก็สร้างมาเพื่อแทรค App โดยตรงเช่นกันซี่งหลายคนอาจจะคุ้นเคยในชื่อของ Firebase Analytics

PDPA พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่องที่คนทำงานกับ User Data ต้องติดตาม

ค่อนข้างจะแน่นอนแล้วว่ากฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA นั้นจะไม่มีการเลื่อนแล้ว และจะประกาศใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ ดังนั้นการใช้งาน Google Analytics เพื่อแทรคข้อมูลพฤติกรรมของยูสเซอร์ เพื่อที่จะนำไปวิเคราะห์ หรือเพื่อจะนำไปสร้าง Audience สำหรับโฆษณา Google Ads ก็ตาม ถือว่าเป็นการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง ดังนั้นสำหรับคนที่ใช้งาน Google Analytics ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นไหนก็ตาม จึงจำเป็นที่จะต้องทำเรื่อง Cookie Consent เพื่อขอให้ยูสเซอร์ยอมรับและยินยอมให้ใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ดังกล่าวก่อน ซึ่งเครื่องมือประเภท Cookie Consent Management Tool นั้นก็มีให้เลือกใช้มากมายหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น CookieBot, OneTrust และอื่นๆ ลองหารายละเอียดและอ่านข้อมูลกันดูนะครับ แต่ประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับ Cookie Consent ก็คือ เมื่อมีการเปิดใช้งาน Cookie Consent แล้ว Google Analytics อาจจะเก็บข้อมูลได้น้อยลง เนื่องมาจากยูสเซอร์ไม่ยินยอม หรือค่าตั้งต้นของเครื่องมือบางตัวอาจจะบล็อคคุ้กกี้ของ GA ไว้ตั้งแต่ต้นได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องเตรียมใจและเตรียมตัวกันไว้ก่อนด้วย

Happy Analytics:)
เพิ่มเพื่อน
ไม่พลาดทุกบทความ แอดเฟรนด์ LINE : @pornthep
สนใจคอร์สเรียน Google Analytics อ่านรายละเอียด

Leave a Reply