นักการตลาดทุกคนคงคุ้นเคยกับการใช้งาน UTM parameters กันมานานแล้ว บางคนอาจจะเรียกว่า URL tagging หรือ Campaign tagging ซึ่งก็คือเรื่องเดียวกัน สำหรับคนที่เคยใช้งานอยู่แล้วจะทราบดีว่า Parameters พื้นฐานที่เราใช้งานกันเป็นประจำนั้นมีอยู่หลายตัว แต่ที่ทกคนคุ้นเคยกันจะมีอยู่ 3 ตัวคือ Source, Medium และ Campaign
อัพเดทล่าสุดที่หลายคนอาจจะไม่ทราบกันคือ Google ได้ประกาศเพิ่ม Parameters ใหม่เข้ามาอีก 2 Parameters ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็น Parameters ที่มีประโยชน์ และได้ใช้งานกันมาก ได้แก่
- utm_creative_format
- utm_marketing_tactic
UTM parameters 2 ตัวใหม่นี้มีประโยชน์อย่างไร
อย่างที่หลายคนทราบว่า UTM มีเอาไว้ใช้แยกแยะแหล่งที่มาของ traffic ที่เข้ามาที่เว็บไซต์ เพื่อที่จะสามารถวัดผลได้ว่า ‘อะไร’ เป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพในการช่วยสร้างทราฟฟิคเข้ามาที่เว็บไซต์จนเกิดเป็น Conversion อะไรในที่นี้คือ แคมเปญอะไรที่เราโพสต์ผ่านเฟซบุ๊คอยู่ทุกวัน หรือ แคมเปญอะไรที่เราบรอดแคสท์ผ่าน LINE ไป ‘แคมเปญอะไร‘ ที่ดีที่สุดในการสร้าง Traffic และ Conversion ซึ่งส่ิงนี้คือประโยชน์หลักของ UTM tagging แต่บ่อยครั้งที่นักการตลาดมักจะมีความต้องการข้อมูลวัดผลที่มากขึ้น Parameter เดิมที่เคยใช้จึงไม่เพียงพอ และกลายเป็นว่าเราก็ต้องใช้วิธีการตั้งชื่อ Campaign ที่ยาวขึ้นเพื่อใส่ข้อมูลที่มากขึ้นจนชื่อแคมเปญดูเลอะเทอะไปหมด หรือบางคนอาจจะใช้ Parameter อื่นที่มีอยู่เดิมทดแทนไปก่อนอย่างเช่น utm_content ดังนั้น Google ก็เลยเพิ่ม parameters ใหม่มีให้อีก 2 parameters ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว
- utm_creative_format เป็น parameter ใหม่ที่ใช้วัดผลว่างาน creative ชนิดใดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ยกตัวอย่างเช่น เราอาจจะกำลังโปรโมทแคมเปญใดแคมเปญหนึ่ง แต่เราอาจจะใช้งาน Creative หลายๆ อย่างภายในแคมเปญ เช่น text, image, video, native หรืออื่นๆ ดังนั้นเมื่อเราใช้ utm creative_format ก็ช่วยให้เราวัดผลลงรายละเอียดของแคมเปญที่ลึกขึ้นว่า แคมเปญที่โปรโมทไปนั้น Creative แบบไหน text, image หรือ video มี traffic หรือ conversion ดีที่สุด
- utm_marketing_tactic เป็น parameter ใหม่ที่ใช้วัดผลว่า tactic การตลาดแบบไหนที่ดีทึ่สุด เช่น remarketing, prospecting, personalized email เป็นต้น ดังนั้น utm_marketing_tactic จะช่วยให้เราวัดผลลงรายละเอียดของแคมเปญที่ลึกขึ้นว่า แคมเปญที่โปรโมทไปนั้น tactic ใดที่มีมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง
*** ตอนนี้ใน GA4 กำลังรอการอัพเดท Dimension เพื่อที่จะสามารถดูข้อมูลทั้ง 2 parameters นี้ได้ เมื่อ Google อัพเดทแล้วเราจะสามารถดูข้อมูลของ 2 parameters นี้ได้จาก dimension เหล่านี้
Dimension ของ utm_creative_format
- Creative format
- Session creative format
- First user creative format
Dimension ของ utm_marketing_tactic
- Marketing tactic
- Session marketing tactic
- First user marketing tactic
UTM parameters ทั้งหมดมีอะไรบ้าง
สุดท้ายทบทวนกันอีกทีว่าหลังจากที่ Google อัพเดทเพิ่มมาอีก 2 parameters แล้วนั้น รวมทั้งหมดตอนนี้มี parameters อะไรให้ใช้งานกันบ้าง
- utm_id
- utm_source
- utm_medium
- utm_campaign
- utm_source_platform
- utm_term
- utm_content
- utm_creative_format
- utm_marketing_tactic
ใครยังไม่เคยใช้งาน ลองเริ่มต้นจาก Source, medium และ campaign ก่อน สามารถทดลองใช้งานได้ที่ ga-dev-tools.google/campaign-url-builder/ ส่วนใครที่ใช้งานมานานแล้ว ลองใช้งาน parameters อื่นๆ ดูบ้างนะครับ แล้วการวัดผลจะละเอียดขึ้นกว่าเดิมมาก
GA4 จะยังมีการอัพเดทต่อเนื่อง แอดมินจะทยอยอัพเดทฟีเจอร์ที่สำคัญ และจำเป็นสำหรับการใช้งานให้ทราบกัน ส่วนใครที่สนใจเรียน GA4 1-day crash course ติดต่อได้ที่ LINE: @pornthep นะครับ
![]()
ไม่พลาดทุกบทความ แอดเฟรนด์ LINE : @pornthep