การใช้งาน UTM tagging มีเรื่องอะไรที่ต้องระวังบ้าง

เรื่องที่ต้องระวังเมื่อใช้ UTM tagging

เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักการสร้าง UTM tagging กันแล้ว ยิ่งคนที่ทำงานด้าน digital marketing ที่เกี่ยวข้องการใช้สื่อต่างๆ ที่มีมากมายในปัจจุบัน ทั้ง Owned Media ไม่ว่าจะเป็น LINE official account, Email Marketing, SMS, Facebook Page หรือ Paid Media ต่างๆ เช่น Google Ad, Facebook Ads และ Line Ad Platform และเนื่องจากสื่อที่มากมายดังที่กล่าวมาเป็นตัวอย่างนี้ ปัญหาอย่างหนึ่งที่สำคัญมากที่เกิดขึ้นคือ จะวัดผลสื่อต่างๆ ได้อย่างไร หลังจากที่มีการคลิ้กลิงค์ผ่านสื่อเหล่านั้นเข้ามาในเว็บไซต์ สื่อไหนมี Performance ดีที่สุดเมื่อนำเปรียบเทียบกันทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่การวัดผลด้วยเมทริคของสื่อใดสื่อหนึ่ง เนื่องจากแต่ละสื่อจะมีวิธีการวัดผลของตัวเอง

การทำ UTM tagging จึงเป็นคำตอบทั้งหมดของการแก้ไขปัญหาที่กล่าวมา ซึ่งจะต้องมีการใช้งานร่วมกับ Google Analytics เพื่อให้ Google Analytics เก็บของมูลจาก UTM tagging ที่เราได้ใส่ค่าเอาไว้ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก UTM tagging ขออธิบายสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายๆ ว่า การทำ UTM tagging ก็คือการติด Tag หรือติดป้ายกำกับเอาไว้ที่ลิงค์ที่เรานำเอาไปโปรโมทผ่านสื่อต่างๆ เช่น ลิงค์นี้เป็นลิงค์ที่จะนำไปโปรโมทผ่าน LINE เราก็จะติด Tag เอาไว้ว่าเป็น LINE พอมีคนคลิ้กลิงค์เข้ามาที่เว็บไซต์ Google Analytics ก็จะได้รู้ว่าเป็นการเข้าเว็บไซต์ผ่านการคลิ้กลิงค์ใน LINE และทำการบันทึกข้อมูลให้เรานั่นแหละครับ ทีนี้เราก็จะสามารถรู้ได้ว่า สื่อต่างๆ ที่เราโปรโมทออกไปสื่อไหนมีประสิทธิภาพดีที่สุด บทความนี้ขออนุญาติไม่ลงขั้นตอนการสร้าง UTM tagging นะครับ เพราะเชื่อว่าส่วนใหญ่น่าจะทำกันพอได้อยู่แล้ว แต่จะมาพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ UTM tagging กันว่า ถ้าใช้ผิดวิธีจะเกิดผลเสียอย่างอย่างไร และมีวิธีการแก้ไขอย่างไร Continue reading

UTM content มีประโยชน์อย่างไรในการทำ UTM campaign tagging

utm-campaign-tagging

เชื่อว่าทุกคนที่อ่านบทความนี้น่าจะได้เคยทำ UTM tagging กันมาบ้างแล้ว และทราบถึงความสำคัญในการใช้วัดผลการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเป็นอย่างดี หากคนที่ต้องทำ UTM tagging บ่อยๆ โดยการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า URL builder อาจจะสังเกตพบว่าตอนนี้ Required Parameters ได้มีการปรับลดจาก 3 parameters เหลือเพียง 1 Parameter คือ UTM source เท่านั้น แต่สำหรับคนที่ใช้ UTM tagging ร่วมกับ Google Analytics ผมยังคงแนะนำว่า 3 paremeters เดิมที่เคยต้องระบุกัน คือ Source, Medium และ Campaign นั้น ยังคงมีความสำคัญและยังจำเป็นต้องระบุไว้เหมือนเดิม เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะส่งผลต่อการการจัดระเบียบ Traffic ใน Channels Report และที่สำคัญที่สุดคือ UTM campaign เพราะหากเราไม่ใส่แล้ว เราจะไม่สามารถวัดผลแคมเปญที่เคยแสดงอยู่ใน Campaign Report ได้เลย  Continue reading

สร้าง UTM Tagging ด้วย Google Sheet add-on

หัวใจสำคัญที่สุดของการทำ Analytics คือการกำหนด Goals เพื่อที่จะนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพและความสำเร็จของเว็บไซต์ ซึ่งรวมไปถึงประสืทธิภาพของดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งที่ได้ลงทุนลงแรงทำไป หากไม่มี Goals แล้ว เราจะไม่มีทางรู้ว่า มาร์เก็ตติ้งที่ทำไป แคมเปญต่างๆ ที่สร้างขึ้นมา แคมเปญใดประสบผลสำเร็จมากที่สุดในเชิงธุรกิจ ซึ่งหมายถึงเกิด Conversion ขึ้น เช่น การซื้อสินค้า การลงทะเบียน เป็นต้น เพราะความจริงแล้วเราคงไม่สามารถบอกความสำเร็จของแคมเปญต่างๆ ได้จากแค่จำนวน Impression, Click, Session หรือ Bounce Rate Continue reading

วัดผลโฆษณาบนสื่อสิ่งพิมพ์ด้วย Google Analytics

track-print-ad-using-google-analytics

เราต่างรู้กันดีว่าในโลกของดิจิตัลมาร์เก็ตติ้งนั้น การวัดผลในเชิงตัวเลขนั้นทำได้ค่อนข้างละเอียดแม่นยำ และเราสามารถนำข้อมูลตัวเลขที่ได้ไปทำการวิเคราะห์เพื่อปรับวิธีการทำมาร์เก็ตติ้งให้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่การทำมาร์เก็ตติ้งผ่านสื่ออื่นๆ ที่ไม่ใช่ดิจิตัลนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก หรือทำไม่ได้เลย (สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านบทความนี้) แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเติบโตของสื่อดิจิตัลจะเป็นไปอย่างก้าวกระโดด และเม็ดเงินที่ใช้ในสื่อนี้ก็สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การสื่อสารโปรโมทผ่านสื่อออฟไลน์ต่างๆ นั้นยังคงมีความจำเป็นสำหรับแบรนด์อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็น นิตยสาร ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด หรือสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ แต่ปัญหาที่เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เรื่องของการวัดผลนั้น สื่อออฟไลน์เหล่านี้เทียบกันไม่ได้กับสื่อดิจิตัลเลย พอวัดไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี ขอให้แค่เห็นโฆษณาเป็นพอ จนมีประโยคหนึ่งที่คนที่ทำมาร์เก็ตติ้งหลายคนถึงกับต้องพูดติดตลกว่า “ซื้อโฆษณาทีวี ทำได้ไม่ดีไม่เป็นไร ซื้อสื่อดิจิตัลมีเดีย ทำไม่ดีอาจถูกไล่ออกได้” ดูจะใกล้เคียงกับชีวิตจริงค่อนข้างมาก Continue reading

เทคนิควัดผล facebook post ด้วย Google analytics

facebook-post-successเชื่อว่าทุกบิซิเนสในเวลานี้ไม่ว่าจะไซส์ S, M หรือ L ต่างต้องมี facebook page เป็นของตัวเองอย่างแน่นอน และทุกคนก็คงจะเคยเข้าไปดูรีพอร์ทใน facebook insight กันแล้ว ปัญหาคือรีพอร์ทที่บอกแค่จำนวน Like, comment, share, reach และ engagement นั้นไม่เพียงพอสำหรับบิซิเนสที่ต้องวัดผล conversion บางอย่างที่หน้าเว็บไซต์ เช่น ซื้อของ สมัครสมาชิก อ่านคอนเทนต์ และอื่นๆ

คนที่ใช้ Google analytics อยู่แล้ว อาจพอทราบว่า traffic ที่มาจาก facebook page นั้นจะถูกนำไปรวมใน Social channel ภายใน default channel grouping แต่ปัญหาคือเราไม่สามารถ track ได้ว่า traffic จาก facebook แต่ละโพสต์นั้นเกิด conversion เท่าไร? โพสต์ไหนที่พาคนเข้ามาเว็บไซต์มากที่สุด? โพสต์แบบไหนที่คนคลิ้กเข้ามาแล้วทำให้เกิดการซื้อของ หรือลงทะเบียนมากที่สุด? Continue reading