จะรู้ได้อย่างไรว่า online marketing ที่ทำอยู่เวิร์คหรือไม่เวิร์ค

โดยปกติแล้วในการทำมาร์เก็ตติ้งนั้น ช่วงของการทำแผน หรือทำ marketing plan แน่นอนว่าสไลด์แผ่นแรกๆ จะต้องมีเรื่องของ Objectives อย่างแน่นอน เพราะคงไม่มีใครทำมาร์เก็ตติ้งเพื่อใช้เงินเล่นๆ โดยไม่มีวัตถุประสงค์มารองรับ ดังนั้นการจะตอบว่าออนไลน์มาร์เก็ตติ้งที่ทำอยู่นั้นเวิร์คหรือไม่จะต้องมีการเซ็ต KPIs ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ขึ้นมาด้วย

ยกตัวอย่างเช่น หากมีการเซ็ตแคมเปญโดยมี Objectives เพื่อต้องการให้ลูกค้ามารีจิสเตอร์ที่หน้าเว็บ KPI ของแคมเปญนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นจำนวนคนที่มารีจิสเตอร์ (Goal) ส่วนจะคุ้มค่ากับ marketing budget ที่ใช้ไปหรือเปล่านั้น จะต้องมีการกำหนดมูลค่า (Goal Value) ให้กับคนหนึ่งคนที่มารีจิสเตอร์ด้วย เราจึงจะรู้ว่าควรจะต้องมีคนมารีจิสเตอร์อย่างน้อยเป็นจำนวนเท่าไรจึงจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

โดย Google Analytics นั้นมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้ marketers ทั้งหลายสามารถทำการเซ็ตอัพ Goals และ Goal Value ไว้อยู่แล้วดังภาพด้านล่าง ซึ่งจะช่วยทำให้เราวัดผลได้ว่า แคมเปญมาร์เก็ตติ้งที่ทำไปนั้นเวิร์คหรือไม่เวิร์ค แต่ละแชนแนล เช่น email marketing, social media marketing, facebook ad อะไรที่ทำให้เกิดการรีจิสเตอร์มากที่สุด หรือค่าโฆษณาที่จ่ายให้ Facebook ไปนั้น คุ้มค่าหรือไม่ Continue reading

Google Trends ข้อมูลบนโลกออนไลน์ตอบอะไรบนโลกออฟไลน์ได้บ้าง

วันก่อนได้มีโอกาสนั่งฟังคุณบี๋ อริยะ พนมยงค์ Country Head of Google Thailand พูดในงาน CEO forum ของเครือ Central Group ซึ่ง Google Trends เป็นหนึ่งในสไลด์ที่น่าสนใจที่ผมอยากนำมาแชร์ต่อในบทความนี้ โดยเฉพาะเรื่องของเทรนด์บนโลกออนไลน์ที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องโดยตรงกับเทรนด์ในโลกออฟไลน์ Case study ที่ทาง Google นำมายกตัวอย่างน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จักและคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ซึ่งก็คือ The voice Thailand season 3 มาดูกันครับว่าความน่าสนใจอยู่ที่ตรงไหน

Google trends 1

กราฟด้านบนเป็นการแสดงจำนวนการค้นหาใน Youtube ที่เกี่ยวกับผู้เข้าแข่งขันในรอบตัดสินของ The voice Thailand season 3 ซึ่งก็คือ หนุ่ม(เส้นสีฟ้า) อิมเมจ(เส้นสีส้ม) บิว(เส้นสีแดง) และ บอม(เส้นสีเขียว) กราฟนี้พอวิเคราะห์ดูแล้วก็ต้องประหลาดใจครับ เพราะหากใครที่ติดตามรายการนี้ก็น่าจะพอดูออกว่าเทรนด์มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ คือในช่วงแรก บิวและอิมเมจ มาแรงมาก จนกระทั่งช่วงวันที่ 7 ธันวาคม เส้นกราฟของ บอมและหนุ่มเพิ่มขึ้นอย่ารวดเร็ว ซึ่งเป็นช่วงที่ทั้งสองคนนี้มีการพัฒนาทั้งเรื่องการร้องและการแสดงได้ดี โดยเฉพาะของหนุ่ม (เส้นสีฟ้า) ซึ่งเป็นการโตแบบก้าวกระโดดมากหลังจากวันที่ 7 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่เขาร้องเพลง “หลงตัวเอง” ของอนันต์ บุญนาค และทำให้เขาได้รับความสนใจอย่างสูง คราวนี้มาดูกราฟถัดไปซึ่งจะทำให้ต้องประหลาดใจกว่าเดิม Continue reading

ทำนายผลลัพธ์อย่างแม่นยำด้วยข้อมูลการค้นหาผ่าน Google Trends

Google Trends จัดเป็นหนึ่งในเครื่องมือฟรีที่ดีที่สุดสำหรับการรีเสิร์ซหาข้อมลแนวโน้มของตลาด และเทรนด์ใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น และก็น่าจะเป็นเครื่องมือที่คนส่วนใหญ่น่าจะต้องเคยใข้งานกันมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก ควรจะต้องทำความรู้จักอย่างจริงจังนะครับ ผมใส่ลิ้งค์ไว้ให้ในท้ายบทความนี้แล้ว แม้ว่าจะไม่ใช่เครื่องมือที่ให้ข้อมูลเชิงลึกจำนวนมากมาย แต่ด้วยข้อมูลง่ายๆ พื้นฐานที่ได้มานั้นนับมาเป็นประโยชน์อย่างสูงทีเดียว

ที่ต้องนำเรื่อง Google Trends มาเขียนซ้ำนั้นอีกครั้ง แม้ว่าจะเคยเขียนไปแล้วก็เพราะมีกรณีศึกษาน่าสนใจที่เป็นการนำข้อมูล Google Trends มาทำนายผลลัพธ์ในอนาคต (Prediction) ได้แม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อมาเล่าให้ฟัง เคสน่าสนใจนี้ผมได้ฟังจาก คุณบี๋ อริยะ พนมยงค์ ในช่วงคุณบี๋ที่ยังทำงานเป็น Country Head of Google Thailand มาพูดในงาน CEO Forum ของเครือ Central Group (ตอนนั้นผมเองก็ยังทำงานอยู่ใน Central Group) ซึ่ง Google Trends เป็นหนึ่งในสไลด์ที่น่าสนใจที่ผมรู้สึกว่ายังก็ต้องนำมาแชร์ให้ทุกๆ คนฟังกันต่อ โดยเฉพาะเรื่องของเทรนด์บนโลกออนไลน์ที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องโดยตรงกับเทรนด์ในโลกออฟไลน์ Case Study ที่ทาง Google นำมายกตัวอย่างน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จักและคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ซึ่งก็คือเรื่องของการแข่งขันร้องเพลงในรายการ The voice Thailand season 3 มาดูกันครับว่า เราจะใช้ Google Trends เพื่อทำนายผลลัพธ์อย่างแม่นยำกันได้อย่างไร Continue reading

วัดผล email campaign อย่างมีประสิทธิภาพด้วย UTM tagging

หลายครั้งที่ผมมักถามคนที่เคยทำ email marketing ว่า วัดผล email campaign กันอย่างไร คำตอบส่วนใหญ่คือ ส่งอย่างเดียว แล้วก็อาจจะดูข้อมูลจากระบบที่ใช้ส่งอีเมล์ว่ามี Open rate, Click rate อยู่ที่เท่าไร แต่มักจะไม่มีการวัดผลว่าหลังจากที่เกิดการคลิ้กเข้ามาที่เว็บไซต์แล้วมีการซื้อสินค้าหรือสมัครสมาชิกหรือไม่ หรืออยากจะวัดแต่ไม่รู้ว่าจะมีวิธีการวัดผลอย่างไร ส่วนบางท่านที่มีการวัดผลอยู่บ้าง ก็มักจะวัดจากสินค้าหรือบริการที่มีการโปรโมทไปในอีเมล์ว่ามียอดขายเติบโดขึ้นหรือไม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้ผลที่ถูกต้องมากนัก เนื่องจากคนที่คลิ้กอีเมล์เข้ามาอาจจะซื้อสินค้าอื่นๆ ด้วย หรืออาจจะมีใครก็ได้ที่ไม่ได้เข้ามาจากอีเมล์แต่เข้ามาจากสื่ออื่นๆ แล้วซื้อสินค้าตัวนั้นก็ได้ ดังนั้นการวัดผลที่ถูกต้องคือการวัดว่าอีเมล์แต่ละฉบับส่ง Traffic เข้ามาเว็บเท่าไร และเกิด conversion เท่าไร conversion rate สูงหรือต่ำ และสร้าง conversion value ทั้งหมดเท่าไร ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เราสามารถทำได้ด้วย UTM tagging ซึ่งเป็นการใส่ค่า parameter บางอย่างเพื่อให้ google analytics เก็บข้อมูลให้เราไว้ใช้วิเคราะห์ต่อไปได้ Continue reading

วิเคราะห์ Mobile Traffic ด้วย Segment

mobile-trafficจากข้อมูลล่าสุดนั้น จำนวนมือถือในประเทศไทยนั้นมีจำนวนทั้งหมด 96 ล้านเครื่องแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้เป็น smart phone ประมาณ 34.6 ล้านเครื่อง ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมากทีเดียว จริงๆ แล้วตัวเลขนี้ก็ไม่ใช้เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะมือถือคุณภาพใช้ได้สมัยนี้ราคาถูกลงไปกว่าแต่ก่อนมาก ดังนั้นแล้วเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึง ecommerce เว็บไซต์ต่างได้รับผลพลอยได้กันถ้วนหน้า เพราะนั่นหมายความว่ายิ่ง smart phone ถูกลงมากเท่าใด จำนวนคนใช้ก็จะมากขึ้นตาม และทำให้การเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ ทำได้ตลอดเวลา

ย้อนกลับมาดูตัวเลขจาก Google Analytics ตัวเลขสอดคล้องกับเทรนด์การเติบโตของจำนวน smart phone อย่างมาก ค่าเฉลี่ยสัดส่วนของ traffic ที่มาจาก Mobile phone นั้น (ดูจากหลายๆ account) ประมาณ 50% (บวกลบเล็กน้อย) เทียบกับ traffic ทั้งหมด ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะตลอดสองสามปีมานี้ และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปอีก Continue reading